English Thai
Untitled Document
 The rise of social media
จะเป็นอย่างไร ถ้าเชียงใหม่จะมี CNX Movie World
(  2009-07-22  )

จะเป็นอย่างไร ถ้าเชียงใหม่จะมี  CNX  Movie World

 คุณณรงค์ คองประเสริฐ  ประธานหอการค้าไทย จังหวัดเชียงใหม่


     “ปัจจุบันเราจะเรียกได้ว่าการดูหนังมีอิทธิพลต่อผู้คนอย่างมาก ดังที่เราจะเห็นได้จากที่ประเทศเกาหลี มีการสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างเต็มที่  จนเกิดกระแสการชื่นชมดาราและสินค้า อาหาร และวัฒนธรรมเกาหลี ไปทั่วโลก  มีการเปิดให้ชมสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เป็นจุดท่องเที่ยว มีชุดของนักแสดงให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเกาหลีได้ลองใส่ ซึ่งสามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวได้อย่างดี 

      ดังนั้น การที่บริษัท CKA เชียงใหม่ จะมีการลงทุนสร้าง CNX Movie World ในช่วงนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมบรรยากาศการค้าการลงทุนของจังหวัดเชียงใหม่อย่างดียิ่ง และยังช่วยส่งเสริมให้มีการจ้างงานอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ที่บริษัทซีเคเอ ทราบมาว่ามีพนักงานอยู่ประมาณ 200 กว่าคน   ถ้าหากมีโครงการCNX  Movie World ก็จะช่วยให้มีการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น   ในด้านการท่องเที่ยว หากมีการถ่ายทำหนัง แน่นอนว่าจะต้องมีกองถ่าย และดารามากมายจากทั่วโลก มาถ่ายทำทั้งในสตูดิโอและนอกสตูดิโอ รวมถึงมาพักที่จ.เชียงใหม่ด้วย  ก็จะยิ่งส่งเสริมให้ธุรกิจต่างๆ ในเชียงใหม่กระเตื้องขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนั้นแล้ว CKA เป็นบริษัทที่มีผลงานระดับโลก และก็ยังเป็นหนึ่งในสมาชิกของสภาหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ หากมีโครงการนี้ขึ้นมา ก็เป็นส่วนที่ทำให้เชียงใหม่มีชื่อเสียงอีกด้วย  ก็ต้องขอขอบคุณทางผู้บริหารของบริษัทที่ให้ความสนใจมาลงทุนและดำเนินธุรกิจที่เชียงใหม่  ผมสนับสนุนอย่างแน่นอนครับ”


อาจารย์อุทิศ อติมานะ  สื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ( Lecturer Media Arts and Design Chiangmai University )   

     ผมว่าสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่อยากให้เชียงใหม่เป็นเมือง Outsourcings ทางด้านศิลปวัฒนธรรมและไอทีอยู่แล้ว เพราะเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของประเทศตอนเหนือ  เป็นเมืองสมัยใหม่ที่ยังคงมีความเข็มแข็งของศิลปวัฒนธรรมดั่งเดิม  (วัฒนธรรมล้านนา) เป็นเมืองทางการศึกษา มีมหาวิทยาลัยมากมายทั้งรัฐและเอกชน  ดังนั้นเชียงใหม่จึงเป็นเมืองของคนรุ่นใหม่ ทั้งจากต่างจังหวัด และชาวต่างประเทศมากมาย  เป็นเมืองศูนย์กลางธุรกิจและการผลิตสินค้าหัตถกรรมของประเทศ และยังมีชื่อเสียงในฐานะเมืองทางด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ควบคู่ไปกับศิลปวัฒนธรรมล้านนา  มีนักคิด นักสร้างสรรค์ ศิลปิน นักออกแบบ ฯลฯ อยู่เป็นจำนวนมาก  ถ้าถามในเชิงโครงสร้างพื้นฐานว่าพร้อมหรือไม่ ? เหมาะสมหรือไม่ ? ก็เหมาะเพราะเชียงใหม่เป็นเมืองไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป มีธุรกิจด้านการขนส่งสินค้า Logistic ที่พร้อม  ระบบการเดินทาง Transportations ทั้งทางบก ทางอากาศ จากภายในประเทศหรือจากต่างประเทศพร้อมอย่างยิ่ง  เพราะเชียงใหม่ถูกวางนโยบายระดับชาติให้เป็น Hub ทางด้านเศรษฐกิจ เพื่อเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจกับประเทศใกล้เคียงแถบตอนเหนืออยู่แล้ว  นอกจากนั้นยังมีจำนวนโรงแรมที่พร้อม มีราคาตั้งแต่ถูกมากจนถึงโรงแรมระดับ  5 - 7 ดาว ถามว่าจะกระทบต่อวัฒนธรรมเชียงใหม่ไหม ไม่หรอกเพราะว่าเชียงใหม่โดยตัวมันเองเป็นเมืองสมัยใหม่อยู่แล้ว  ที่ปรับตัวอย่างต่อเนื่อง  มีความพยายามทั้งผู้คนอนุรักษ์นิยม และคนรุ่นใหม่ที่ร่วมกันสร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ให้พัฒนาอย่างมีดุลยภาคอยู่แล้ว  
  
     ในแง่ของบุคลากรที่ครีเอทีฟ เชียงใหม่ก็มีคนครีเอทีฟ   มีดาราก็มาอยู่เยอะ ใครๆ ก็อยากจะมาอยู่ เป็นเมือง Dynamic ไม่ใหญ่ไม่เล็ก การจะหาบุคลากรที่เป็น Knowledge workers ที่นี่ก็น่าจะเป็นรองจากกรุงเทพฯ เท่านั้น  แต่คนกรุงเทพเค้าก็อยากจะมาอยู่เชียงใหม่ ถ้าเกิดมีงานดีๆ  ผมมองว่าถ้าหากธุรกิจขนาดใหญ่ๆ แล้วต้องการผู้บริหาร ต้องการคนมีความสามารถสูง  คุณสามารถจ่ายได้ผมว่าคนเก่งจากทั่วประเทศไหลมาแน่นอน

    ปัจจุบัน เชียงใหม่ถือเป็นเมืองการท่องเที่ยวหลักด้าน Cultural Tourisms อยู่แล้ว มีต้นทุนทางสังคม วัฒนธรรม  ความปลอดภัย นิสัยของผู้คนที่ชอบการต้อนรับขับสู้  มีต้นทุนธรรมชาติ ป่าไม้ น้ำตก (Eco Tourism)  ผมคิดว่าเหมาะสมที่ผู้คนเก่งๆ จากทั่วโลกจะมาฝังตัวเพื่อทำงานร่วมกับคนไทย และสามารถพักผ่อนเมื่อมีเวลาว่างจากงาน   แต่อยู่ที่การลงทุนจะต้องขาดจริงๆ เท่านั้นเอง ต้องมีการวางแผนที่ดี โดยเฉพาะแผนความต้องการบุคคลากรทางด้านไอที  ถ้าผมจะแนะนำก็คือ ควรจะทำข้อตกลงการผลิตบุคลากรร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาในเชียงใหม่ หรือภาคเหนือไปเลย  เพื่อลดความเสี่ยง และหาผลประโยชน์ที่มัน Win Win ทั้งสองฝ่าย

    ผมว่า การที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จในสังคมไทยหรือไม่นั้นอยู่ที่เน็ตเวิร์กกิ้งด้วย   ส่วนความฉลาดรอบคอบเชิงกลยุทธ ทุน ฯลฯ สำหรับผมคิดว่าเหล่านี้เป็นปัจจัยรอง  คุณควรมีพันธมิตรในท้องถิ่น หรือระดับประเทศที่แข็งแกร่ง  ช่วยมองทิศทางทางการเมือง นโยบายภาครัฐ   วัฒนธรรมการทำธุรกิจของคนไทย   ควรหาพาร์ทเนอร์ที่เป็นเอกชนไทยที่เก่งๆ   รวมทั้งการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีความยืดหยุ่นกับความเป็นคนไทย  ไม่แข็งมากเกินไปแบบบริษัทอเมริกันจ๋า

    ผมห่วงเรื่อง Knowledge Workers ไม่รู้ว่าธุรกิจที่จะทำนี้ต้องการทักษะ ความรู้ขั้นสูงระดับไหน มหาวิทยาลัยไทยส่วนใหญ่ยังผลิตบุคลากรที่มีความรู้ และทักษะขั้นสูงยังเทียบไม่ได้กับโลกที่หนึ่ง   ถ้าเป็นธุรกิจที่ไม่ใช่ระดับต้องการความคิดสร้างสรรค์  ความประณีตของผลงาน  Knowledge Workers ขั้นสูงมากๆ  ก็โอเค  แต่ถ้าต้องการ Knowledge Workers ขั้นสูง  ก็จะมีปัญหา  นอกจากเป็นธุรกิจที่มุ่งเน้นความเป็นองค์กรนานาชาติ   มีเงินเดือนมาตรฐานสากล  สามารถจ้างเงินเดือนสูงระดับคนกรุงเทพฯ หรือประเทศโลกที่หนึ่ง  ในบางตำแหน่งงานได้  ก็จะลดความปวดหัวด้านบุคลากรระดับสูงลง   ส่วนในเรื่องที่ว่าคนจากส่วนกลางหรือชาวต่างชาติจะมาแย่งงานนั้น   ผมเชื่อเรื่องการแข่งขันที่ยุติธรรม  การเรียนรู้  การปรับตัว  การได้มีโอกาสทำงานกับคนเก่งๆ จากหลากหลายจะช่วยให้คนท้องถิ่นปรับตัว  เก่งมากยิ่งๆ ขึ้นมากกว่า  

      จากแนวคิดของไมเคิล อี พอร์เตอร์ ที่วัดปัจจัยหนึ่งขององค์กรที่มีศักยภาพการแข่งขัน  คือองค์กรที่ต้องมีความเป็นอินเตอร์   เมื่อใดที่องค์กรยังมีแต่บุคลากรประเทศเดียวกันส่วนใหญ่ยังไงก็แข่งขันยาก  มนุษย์ต้องการการแข่งขันภายใน การเปรียบเทียบ ที่บริหารความขัดแย้งได้อย่างสมดุลย์  ต้องการการเข้าใจปัญหาจากหลากหลายมุมมองทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จที่สำคัญขององค์กรธุรกิจสมัยใหม่  


คุณพีรพงษ์ ดวงรัตน์   หัวหน้าโครงการแอนิเมชั่นแอนด์มัลติมีเดีย สำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA)

     “ ในความคิดเห็นของผมคิดว่าก็ดีนะครับ ผมเชื่อว่าศักยภาพในด้านสถานที่มีทุกอย่างอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นสถานที่ดี ไม่รถติด มีโรงแรมชั้นนำรองรับดาราฮอลลีวูดระดับซุปเปอร์สตาร์ได้ บรรยากาศเอื้อเฟื้อต่อการทำงานด้านศิลปะอยู่แล้ว    ผมเชื่อว่าคนเชียงใหม่มีทักษะในการพัฒนาความสามารถ มีการสนับสนุนตรงนี้อยู่    ในแง่ของเศรษฐกิจก็ต้องดีอยู่แล้ว มีคนเข้ามาในพื้นที่ ก็ต้องช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างมาก  นอกจากนี้แล้ว เด็กรุ่นใหม่ๆ   ก็จะเห็นว่ามีตลาดแรงงานรองรับอยู่  ฉะนั้นทุกอย่างก็จะดีขึ้นในทุกๆ ส่วน  การจ้างงานในอนาคตผม ผมเข้าใจว่าทางบริษัท CKA ก็จะครีเอท สเปซมาเป็นแบบฮอลลีวูด แล้วแต่ละสตูดิโอก็จะมาเช่า และใช้โลเกชั่น ผมเชื่อว่าถ้าหากมีนโยบายที่จะสนับสนุนให้โครงการเป็นเหมือนพื้นที่พิเศษในการลงทุนและให้ มีท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย จะทำให้เกิดรายได้แก่พื้นที่และคนของเราเองจะพัฒนาฝีมือ เริ่มต้นก็อาจรับทำให้เค้า ท้ายที่สุดเราก็แยกตัวออก ทำเองกันได้  ผมคิดว่าฝีมือของชาวเชียงใหม่สามารถร่วมงานกับต่างชาติได้อยู่แล้ว แต่อาจจะต้องพัฒนาทักษะบางอย่าง อุตสาหกรรมฟิลม์จะค่อนข้างมีหลายส่วน บางส่วนที่ต้องอาศัยเวลา โดยเฉพาะด้านการพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ หากเป็นส่วนที่ใช้ทักษะล้วนๆ จะทำได้เลย  ส่วนในด้านการท่องเที่ยวเอง คนก็จะเข้ามาเยอะ เหมือนกับ การดึงให้คนเข้ามาดู จะมีส่วนที่ให้คนเข้ามาดูในสตูดิโอได้ก็เป็นการดึงการท่องเที่ยว

     ผมก็อยากให้ CNX Movie World เกิดขึ้นมานะครับผมเชื่อว่าด้วยศักยภาพของบริษัท CKA ทำได้ โดยปกติของหนัง Hollywood ในปัจจุบันนี้ เวลาหนังอ้างถึงประเทศแถบนี้  เค้าก็มักจะเลือกโลเกชั่นในไทยอยู่แล้ว เพราะว่ามันสะดวก ในฐานะที่ SIPA เป็นหน่วยงานของรัฐ ก็พยายามที่จะสนับสนุนอยู่ครับ ตอนนี้ SIPA มองเชียงใหม่ว่าจะเป็น  Chiangmai Outsourcings Center ก็คือว่า จะเป็นแหล่ง  Outsource ของประเทศทั้งในด้าน Software และ Digital Content ด้วย ซึ่งก็น่าจะเป็นส่วนเสริมโครงการซึ่งกันและกัน” 

คุณณิชภูมิ ชัยอนันต์ (กลุ่มวายุฟิล์ม) คนทำหนังอิสระรุ่นใหม่

    “ถ้าเกิดโครงการนี้ขึ้นมาในเชียงใหม่ ผมคิดว่าเชียงใหม่จะมีความตื่นเต้น คึกคักมากยิ่งขึ้น ตัวผมเองมีความรู้สึกขนลุกที่เชียงใหม่เราจะมี CNX Movie World เหมือน Hollywood ในสหรัฐอเมริกา หรือ Bollywood ที่อินเดีย แต่ผมกำลังกังวลว่า การมี CNX Movie World ที่เชียงใหม่ในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อคนเชียงใหม่ในวงการไหนบ้าง  ถ้าหากเกิดการจ้างงานในสายอาชีพของคนเชียงใหม่แล้วผมว่าดีมากๆ เลย เช่น ดึงคนทำหนังอิสระจากในเชียงใหม่มาทำ รวมไปถึงดึงคนจากในสายหนังโปรดักชั่นใหญ่ๆ ของสตูดิโอในเชียงใหม่เข้ามาทำด้วย จะเป็นสิ่งที่ดีมาก แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วเป็นเพียงการเอาคนจากส่วนกลางเข้ามาทำ หรือเอาคนจากต่างประเทศเข้ามาทำ โดยที่คนเชียงใหม่ไม่ได้มีส่วนร่วมในโครงการนี้ ผมคิดว่าผลประโยชน์อาจจะยังกระจายไม่ค่อยทั่วถึงเท่าไหร่ อาจจะกลายเป็นสิ่งที่น่าผิดหวัง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผมก็คิดว่าอย่างน้อยก็ทำให้ความใฝ่ฝันของคนเชียงใหม่เป็นจริง  คนต่างจังหวัด คนต่างประเทศจะเข้ามาเที่ยวเชียงใหม่เยอะแน่ๆ ล่ะ ในแง่ของการทำงานผมก็แอบหวังไว้เหมือนกันว่าพวกเราจะได้มีส่วนร่วมกับการทำงาน ณ จุดนั้น  ช่วยกลุ่มคนทำหนังอิสระ  และกลุ่มที่ทำโปรดักชั่นให้ได้มีโอกาสบ้างนะครับ”