English Thai
Untitled Document
 The rise of social media
หมอดูคู่หมอเดา
(  2009-01-16  )

     ตั้งแต่สมัยโบราณที่โหราศาสตร์ได้เข้ามามีบทบาทกับชีวิตของมนุษย์เรา จากระดับครัวเรือนไปถึงประเทศ และระดับโลก สมัยก่อนนั้น ผู้ใช้โหราศาสตร์มักเป็นขุนนางในราชวัง ที่ทุ่มเท ศึกษาศาสตร์เหล่านี้ และมักเน้นพยากรณ์เรื่องเกี่ยวกับราชสำนักหรือบ้านเมือง แต่ปัจจุบัน ภายหลังเมื่อโหราจารย์ทั้งหลายถูกลดบทบาทลง คนที่เคยเป็นโหรก็ต้องออกข้างนอกเพื่อดำรงชีพ ความหลากหลายในอาชีพหมอดูสร้างคำถามขึ้นในจิตใจของหลายๆ คนว่าแล้วจรรยาบรรณของหมอดูอยู่ที่ไหน

จรรยาบรรณในการทำนายของหมอดู

    เป็นข่าวพาดหัวที่สร้างความเสียหายกัน เมื่อหมอดูหลายคนออกรายการ ทายดวงบ้านเมือง ทายดวงดารา อาจารย์ภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ได้กล่าวไว้ว่า จรรยาบรรณในการทำนายขอหมอดูคือ “ห้ามทายสมพงษ์ผัวเมีย เรื่องชั่วดี ทายชีวิตวิบัติตัดชันษา ทายโทษทารก ทาริกา เรียนรู้โหร ครูห้ามทำนาย” อันหมายถึง ห้ามทำนายเรื่องสามีภรรยาว่าเป็นเนื้อคู่กันหรือไม่  ห้ามทำนายเรื่องความเป็นความตาย และห้ามทำนายเรื่องบุตรธิดาพึ่งได้หรือไม่ได้ นี่เป็นข้อห้ามอย่างเด็ดขาดของ คนมีอาชีพโหร นอกจากนั้น อ. ธนกร สินเกษม นายกสมาคาโหรแห่งประเทศไทย ยังได้กล่าวไว้ว่า  โหรไม่ควรจะก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากจนเกินไป ที่สำคัญต้องสำรวมกิริยามารยาทเพื่อให้เป็นที่เคารพ รักษาความลับของคนมาดู และใช้ถ้อยคำสุภาพ ทั้งยังไม่ควรให้คำทำนายแม้ว่าจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม หากเป็นเหตุในกระทบกระเทือนต่อผู้มาดู  แต่ว่าปัจจุบัน จรรยาบรรณของหมอดูถูกครอบด้วยกระแสแห่งเงินตราไปเสียแล้ว เมื่อหมอดูที่จะดังได้นั้นต้องอาศัยการโปรโมทของสื่อ และสื่อชอบอะไรที่ “รุนแรง” เพื่อที่จะดึงความสนใจจากผู้คนได้ นอกจากนั้นยังต้องมี gimmick ในการพยากรณ์ ไม่ว่าจะเป็น “ฟันธง” “คอนเฟิร์ม” เพื่อสร้างจุดเด่นในการทำนายของตนขึ้นมา



หมอดูแม่นจริง ๆ หรือ


    ศาสตร์ในการดูหมอดูเป็นศาสตร์ที่ละเอียดละอ่อน และต้องการการศึกษาอย่างลึกซึ้งเป็นระยะเวลานานๆ แต่ปัจจุบันหมอดูหลายๆ  คน ทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น เพียงแค่ลงเรียนคอร์สหมอดูสักคอร์สสองคอร์สก็มาเปิดสำนักกันจ้าละหวั่น เรียกเก็บค่าครูตั้งแต่ สิบยี่สิบบาทไปจนถึงเรือนแสน อีกทั้งตำราก็ยังมีหลากหลายให้เลือก ตั้งแต่ของยุโรป จีน อินเดีย ไทย เขมร สุดแท้แต่จะเลือกเอา หรือหลายคนก็ Mix & Match ผสมผสานศาตร์กันให้วุ่นวาย

ประเภทของโหราศาสตร์

    หลวงวิจิตรวาทการได้แบ่งโหราศาสตร์ออกเป็น 10 ประเภท อันได้แก่

1.วิชาทำนายโดยถืออำนาจดวงดาวเป็นเกณฑ์ ( Astrology) หมายถึงการเอาวัน เดือน ปี และเวลาตกฝากคำนวณแล้วทำนายตามหลักเกณฑ์ของโหราศาสตรื รวมไปถึงวิธีเลข 7 ตัว

2.
วิชาทำนายด้วยการดูลักษณะคน (Physiognonomy) หรือที่เรียกว่า นรลักษณ์

3.วิชาทำนายด้วยการดูเส้นลายมือ ( Chiromancy) หรือที่เรียกว่า หัตถศาสตร์

4.วิชาทำนายด้วยลักษณะของคนโดยการดูลายมือเขียนหนังสือของเขา (Graphology)

5.วิชาทำนายไพ่ ( Cartomancy)

6.วิชาทำนายฝัน (Oniromancy)

7.วิชาทำนายด้วยการจับต้องสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (Psychometry)

8.ทิพยจักษุ (Clairvoyance)

9.ลางต่าง ๆ (Presage)

10.การเสี่ยงทาย (Oracle)

       โหราศาสตร์ไม่ใช่ศาสตร์ที่สามารถบอกความจริง 100% ในอนาคตได้ ได้แต่บอกเพียงความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้นเท่านั้น  เพราะแท้จริงแล้วโหราศาสตร์เป็นศาสตร์ที่เกิดจากการสั่งสมทางสถิติ  เพื่อสร้างเป็นหลักเกณฑ์และแนวโน้มเพื่ออธิบายโอกาสของการเกิดเหตุการณ์ในอนาคต ดังนั้นตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว โหราศาสตร์จึงเป็นสิ่งงงมงาย และขาดความเชื่อถือในด้านเหตุผล

       แต่ก็ใช่ว่าโหราศาตร์จะเป็นเรื่องงมงายไปเสียหมด เพราะเป็นศาสตร์ที่อยู่คู่กับมนุษย์มานับพันปี เพียงแต่เราต้องเข้าใจในโหราศาตร์อย่างถูกต้องว่า เป็นเพียงแค่เครื่องมือที่ทำให้เราเข้าใจตัวเองและผู้อื่นมากขึ้นเท่านั้น สุดท้ายคนที่จะดูดวงของเราแม่นที่สุดก็คือตัวเราเอง เพราะว่าเราย่อมจะเข้าใจในลักษณะ ความสามารถ ความคิดความอ่านของตัวเองมากที่สุด

เราต้องการอะไรจากหมอดู

    คนที่ไปหาหมอดูส่วนใหญ่ มักจะเป็นคนที่มีปัญหา มีความทุกข์ ต้องการแสวงหาทางออก หรือรับฟังสิ่งที่คาดว่าจะเป็นทางออก เมื่อได้ยินสิ่งที่ดี ก็จะรู้สึกดี รู้สึกเกิดความหวังในชีวิต และพร้อมที่จะสู้กับชีวิตต่อไป แม้สุดท้ายแล้ว คำทำนายนั้นอาจจะไม่เกิดขึ้น แต่อย่างน้อย เราก็ได้ผ่านความทุกข์ยากครั้งนั้นมาแล้ว

    “จากงานวิจัย ของคุณภิญโญ พงศ์เจริญ เกี่ยวกับ “บทบาทของโหรในสังคมไทย” แบ่งได้ออกเป็น 4 ด้าน ก็คือ

1.บทบาทต่อปัจเจกชน – เพื่อให้คนมีสุขภาพจิตที่ดี (เป็นที่ปรึกษา) สร้างความเชื่อมั่น ช่วยในการตัดสินใน และวางแผนในอนาคต
2.บทบาทต่อครอบครัว – ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อครอบครัว อีกทั้งยังช่วยในด้านพิธีกรรม และฤกษ์ยาม ตลอดจนการจัดบ้านเรือนที่อยู่อาศัย
3.บทบาทต่อองค์กรหรือหน่วยงาน – ช่วยในการวางแผนและกำหนดนโยบาย อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการตั้งชื่อ และจัดสถานที่
4.บทบาทต่อสังคม – ช่วยในการทำนายสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ดวงบ้าน ดวงเมือง รวมไปถึงเตือนภัยในเรื่องต่างๆ” – อ้างอิงจากงานวิจัยของกาลจักร www.astrosimple.com

เชื่อไม่เชื่อ ใช่ไม่ใช่ ขึ้นอยู่กับคุณ

    วิชาโหราศาสตร์นั้นจะแม่นหรือไม่ เรื่องนี้ยังไม่มีใครสามารถ “ฟันธง” ได้ แต่ที่เรารู้ว่าใช่คือ ถ้าไม่เกิดการกระทำก็จะไม่เกิดผล นี่เป็นหลักง่าย ๆ คุณจะเฝ้ารอให้อนาคตดี ๆ หล่นมาใส่คุณโดยที่คุณไม่ได้ทำอะไรก็คงเป็นไปได้ยาก เพราะฉะนั้น อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา เริ่มสร้างวาสนาของคุณด้วยตัวคุณเองดีกว่า